จังหวัดนราธิวาส จัดกิจกรรมเนื่องในวันท้องถิ่นไทย ประจำปี 2568 เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ทรงมีต่อการปกครองท้องถิ่นไทย
วันนี้ (18 มี.ค. 68) เวลา 09.00 น. ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส แห่งที่ 1 อำเภอเมืองนราธิวาส ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เนื่องในวันท้องถิ่นไทย ประจำปี 2568 โดยมี นายวีรพัฒน์ บุณฑริก นายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เข้าร่วมพิธีฯ
โอกาสนี้ ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้พบปะผู้เข้าร่วมพิธีฯ โดยขอให้ยึดถือปฏิบัติในพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในการจัดการบริหาร แก้ไขปัญหา เป็นแกนหลักในการพัฒนาท้องถิ่นของตนเองให้มีความเจริญก้าวหน้า และประชาชนมีความเข้มแข็งมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่น อย่างยั่งยืน
จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้มอบเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติ แก่ข้าราชการส่วนท้องถิ่นดีเด่น ระดับจังหวัด ประจำปี 2567 จำนวน 9 ราย และได้กล่าวแสดงความยินดีกับข้าราชการส่วนท้องถิ่นดีเด่น ระดับประเทศ ประจำปี 2567 คือ นายอัสฮา อดุลย์รอหมาน แพทย์แผนไทยชำนาญการ สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส โดยเดินทางไปรับเข็มเชิดชูเกียรติ (ราชสีห์เกียรติยศ) และใบประกาศเกียรติคุณ ณ วัดสุทธิวาตวราราม (วัดช่องลม) พระอารามหลวง ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ในวันนี้ (18 มี.ค. 68) เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่ปฏิบัติงานเป็นแบบอย่างที่ดี ทั้งในด้านการดำรงตน การปฏิบัติตนให้เป็นที่ยอมรับกับบุคคลผู้เกี่ยวข้องทั้งในหน้าที่ราชการและสังคม ต่อไป
ตามที่คณะรัฐมนตรี อนุมัติให้วันที่ 18 มีนาคมของทุกปี เป็นวันท้องถิ่นไทย เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ทรงมีต่อการปกครองท้องถิ่นไทย โดยทรงมีพระบรมราชโองการให้ยกฐานะตำบลท่าฉลอมขึ้นเป็น “สุขาภิบาลท่าฉลอม” นับเป็นจุดเริ่มต้นของการกระจายอำนาจการปกครองให้ประชาชนในท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และเป็นการวางรากฐานในการปกครองท้องถิ่นทีสำคัญยิ่ง อันนำไปสู่การวางรากฐานการปกครองระบอบประชาธิปไตยตราบจนถึงปัจจุบัน



